กลุ้มใจครับ ที่ทำงานใหม่อยู่บนเกาะโรงบาลประกันสังคมมีที่เดียวบังคับเลือกเลย

ที่โรงบาลมีคนรู้จักอีกแถมที่ทำงานมีกฏต้องตรวจเอดส์ แต่ผมตำแหน่งโอเคหน่อยจึงไม่ต้องตรวจ

จึงทำงานได้  แต่ถ้าผมไปร่วมโครงการรักษากับประกันสังคมของโรงบาลต้องมีคนทราบ ที่ทำงานทราบแน่

ตกงานแล้วคงแย่แน่ๆ  

ถ้าจะข้ามไปตรวจที่แผ่นดินใหญ่  แล้วเบิกประกันสังคมเขาจะยอมไหมครับ  ตอนนี้ยังไม่ได้ทานยาต้านครับ

แค่ตรวจซีดีปีละสองครั้งเฉยๆ ตรวจครั้งต่อไปเดือนมิถุนานี้ครับ  กลุ้มครับ..ช่วยแนะนำด้วยครับ

 

 

มีเชื้อ HIV กลุ้มใจไม่รู้จะปรึกษาใคร เข้าไปถาม ไปอ่านเรื่องราวได้ที่

http://www.pha.narak.com/

มีเพื่อนๆและผู้รู้ให้ปรึกษาและปรับทุกข์ได้ครับ

แล้วคุณจะไม่โดเดี่ยว

 

คนที่ไม่มีเชื้อไปอ่านได้ความรู้เพิ่มเติม

และเข้าใจชาว H มากขึ้น 

CD4 ลดไป 154 แย่แล้ว

posted on 18 Jul 2009 20:58 by lowcdvictim

ห่างหายไปนาน ขอโทษด้วยหากมีบางท่านรออ่านอยู่ ที่ผ่านมาก็เรื่อยๆครับ  ทำตัวสบายๆ

บางทีดูเหมือนทำตัวธรรมดามากไปหน่อย เลยดูเหมือนจะสนุกกับชีวิตจนเกิดละเลยสุขภาพบางก็มี

มารู้ตัวอีกทีก็ตอนดูผล CD4 เมื่อวาน

 

 

ที่ผ่านมาก็สบายดีครับ สงกรานต์กลับบ้านเที่ยวสนุกสนาน กับมาทำงานก็สบายๆงานไม่ยุ่งเพราะพิษเศรฐกิจ

และการเมือง  งานก็เลยว่างๆ   กินเที่ยวส่วนใหญ่  เรื่องงานถามว่ากระทบไหมก็กระทบมากครับ

แต่ดีทีเจ้านายยังอุ้มบริษัทไว้ ไม่ปลดแต่ไม่จ้างเพิ่ม ออกๆไป ใครอยู่ก็ทำกันไป  ปีนี้ 34 แล้ว

ยังไม่มีอะไรเลย  ช่างเหอะคิดมากเครียดเปล่าๆน๊อ

 

 

ปลายเดือนที่แล้วกินเที่ยวเยอะ   พักผ่อนไม่เพียงพอพอ  เลยทำให้เป็นไข้ตัวร้อน

หนาวสั่นตอนกลางคืน เป็นอยู่สามวัน กินยาก็ไม่ดีขึ้น  อาการเหมือนกับตอนป่วยเป็น

วัณโรคเลย  หนาวสั่นตอนกลางคืน มีเหงื่อออกตามลำคลอ ไม่หิวข้าว เหนื่อยๆ

กลางวันไข้ก็หายไป  ตอนเย็นก็เป็นไข้ใหม่  ผมรู้สึกไม่ไหวกลัวเป็นวัณโรครอบสอง วันที่สี่ รีบวิ่งไปหาหมอ

ตอนไปก็ไม่ได้คิดว่าตอนนี้ไข้หวัดใหญ่ระบาดหนัก  ไปถึงโรงพยาบาลก็บอกอาการหน่วยคัดกรองผู้ป่วย

เขาก็ให้ไปหาหมอที่จุดคนเป็นไข้โดยเฉพาะที่ตั้งอยู่ตึกอีกตึกหนึ่ง  พอไปถึงแทบบ้า

ทำไมคนไข้เยอะจัง ราวสองร้อยคนได้  ทุกคนมาหาหมอด้วยอาการไข้หมดเลย อาหารคล้ายๆที่ผมเป็น

มีทั้งลูกเล็กเด็กแดง หนุ่มสาว แก่ ทุกเพศทุกวัย  ความคิดที่ว่าผมน่าจะเป็นวัณโรคลดลงไปแล้วราว

ห้าสิบเปอร์เซ็น กลัวเป็นไข้หวัดสองพันเก้าแทน  ตายแน่เรา  สงสัยภูมิคุ้มกันไม่ดีแน่ๆ

รอหมอเกิบๆสองชั่วโมงถึงได้ตรวจ  เล่าอาการและความกลัววัณโรครอบสองให้หมอฟัง หมอหนุ่มว่ายังเร็วไปที่

สรุปว่าเป็นทีบี (วัณโรค) หมอถามอาการผม ผมไม่มีน้ำมูก ไม่ไอ  หมอเลยให้แค่ซาร่ามากินสองแผง

แล้วนัดผมมาหมออีกทีวันจันทร์

 

 

พอวันจันทร์มาถึงเจอเจาะเลือดตรวจซีบีซี  ไหนๆผมก็มีนัดตรวจซีดีสี่อาทิตย์หน้า  ผมเลย

ขอตรวจพร้อมกันเลย เจ้าหน้าที่แผนกทะเบียนก็โอเค ให้ผมเจ็บตัวพร้อมกันไปเลย

ผมถูกเจาะเลือดราวๆเก้าโมง  วันนี้คนป่วยเยอะมากเยอะจนน่ากลัว   แล้วรอผลเลือดจนเกิบสิบโมงครึ่ง

แล้วก็ได้เจอหมอหนุ่มอีกคนหนึ่ง  ผมเล่าเรื่องการมาหมอครั้งที่แล้วให้หมอฟัง เล่าที่ผมสงสัย

เล่าเรื่องอาการป่วยเก่าที่ผมเคยป่วยเป็นทีบีแล้วรอบหนึ่งเมื่อปีสองพันห้า ให้หมอหนุ่มฟังเพื่อที่แกจะได้ประหยัดเวลาให้การเปิดอ่านประวัติผม แกถามว่าผมยังมีไข้ไหม ผมตอบไปว่ายังมีไข้ เริ่มเคืองที่คอ

ไม่ไอไม่มีน้ำมูก แกดูผลซีบีซีตอนที่ตรวจตอนเช้าแล้วบอกผมว่า  หมออยากตรวจเพิ่มอีกสามสี่ตัวได้ไหม มีตรวจเลือด  อุจจาระ และเอกเรย์ปอด  ผมบอกไปว่าผมว่างทั้งวัน  สรุปผมไปเจาะเลือดอีกหลอด ตรวจอุจจาระ และเอกซ์เรย์ปอด  ผมทำทุกอย่างเสร็จภายในครึ่งชั่วโมง เอาเอกซ์เรย์มากฝากพยาบาลหน้าห้อง

พยาบาลให้ผมไปกินข้าวเที่ยงก่อนเพราะหมอพักเที่ยงพอดี อีกอย่างผลเลือดที่เจาะใหม่จะได้ราวบ่ายสอง

ผมเลยไปกินข้าวที่ร้าน แถวใกล้ๆโรงพยาบาล ไม่รู้จะไปไหนเลยมานั่งรอที่หน้าห้องตรวจ  คนก็ยังเยอะเหมือนเดิม พยาบาลแทบไม่ได้พักกันเลย ผมได้เข้าฟังผลเลือดอีกทีตอนบ่ายสามครึ่ง หมดตี๋ใจดีคุยสนุกคนเมื่อเช้า

ดูผลเลือดผมแล้วสรุปว่า ผมไม่ได้เป็นทีบี ปอดก็ดี หมอเลยตั้งข้อสงสัยใสว่าผมน่าจะไปกินอะไรที่ไม่สะอาดมา

หรืออาหารสุกๆดิบๆ ซึ่งผมก็กินบ้างอาหารญี่ปุ่น อาหารอีสาน เนื้อย่างสุกๆดิบๆ แกว่าสงสัยเอาไว้ก่อน

ไม่เป็นก็ดีไป แกเลยจัดยาให้ผม สี่-ห้าตัว ในนั้นมียาฆ่าพยาธิด้วย แกนัดผมอีกทีวันศุกร์ แล้วให้ผมไปรับ

ยา ผมรอรับยาและได้รับยาตอนเกิบๆสี่โมงครึ่งเพราะคิวคนรับยาเป็นร้อยกว่าคน สรุปผมออกจากบ้านเจ็ดโมง

เช้ากลับถึงบ้านอีทีตอนหกโมงเย็น สะใจจริงๆเนี่ยยังสัญญากับตัวเองว่าจะไม่พยายามป่วยอีกเด็ดขาดคนเยอะเหลือเกิน  คิวเป็นร้อยๆรู้สึกแย่    ดีไม่ดีไปติดหวัดมาอีกแย่เลย

 

 

แล้วเมื่อวานวันศุกร์ผมก็ไปหาหมดตามนัด  ผมมีนัดตอนเช้าแต่ไม่อยากตื่นเลยไปตอนบ่ายแทน

บ่ายนี้คนน้อย( ดีแล้ว)  ผมติดต่อห้องทะเบียนเรื่องมีนัดหมอวันนี้ และถามว่าผลซีดีสี่ผมมาหรือยัง

ถ้ามาผมขอพบหมอพร้อมกันเลย โอเคตามนั้นผลมาแล้ว เธอถามผมว่าจะพบหมอที่นัดเรื่องซีดีสี่ประจำไหม

ผมบอกว่าไม่ต้องก็ได้ (แอบมั่นใจว่าคงยังต่ำขนาดต้องเริ่มยาต้านแน่) ผมเลยได้พบหมอตี๋หนุ่มอีกคนหนึ่ง (สามวันสามคน) เหมือนผมเริ่มเล่าประวัติการการเจ็บป่วยเพื่อประหยัดเวลาแก แกบอกว่าไข้หายไปก็ดีแล้ว

ไม่ต้องกลุ้มใจเรื่องทีบีแล้วนะ  ส่วนผลซีดีสี่ก็ยังดีอยู่ แต่มันก็กำลังค่อยๆลดลงมา ครั้งที่แล้ว 669

ครั้งนี้ 515 (ลดลงเยอะเหมือนกันแฮะ) แกบอกต่อว่าทำใจให้สบายอย่าเครียด ออกกำลังกาย จะเริ่มกินยาต้านก็ตอนประมาณที่ 300 ร้อย ถ้ากินยาแล้วอาจอยู่ได้อีกเป็นสิบปี แล้วเมื่อถึงตอนนั้นโรคนี้อาจจะรักษาหายแล้วก็ได้

ผมอยากกระโดดไปกอดหมอหอมสักฟอดจริงๆ ทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นแค่คำพูดให้กำลังใจก็จริง  แต่มันรู้สึกดีนะ

ให้กำลังใจกันดีจริงๆ ขอบคุณนะ  รู้น่าว่าเปอร์เซ็นมันน้อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีหวังอะไรเลย ใช่ไหมครับ

 

 

ลดไป 154 แย่แล้ว   ต้องทำตัวใหม่แล้ว  อย่าสุขจนลืมทุกข์  พักผ่อนให้มาก  กินดีๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

มัวแต่สุขเลยลืมเรื่องที่ต้องทำเป็นประจำ  รู้แล้วว่าการละเลยสุขภาพ  ไม่เคยส่งผลดีต่อใครเลย

 

 

 

 

 

 

มาแว๊ว !!!งวดนี้เลขที่ออก

posted on 20 Feb 2009 22:48 by lowcdvictim

มาแว๊ว !!!งวดนี้เลขที่ออก

 

เนื่องจากวันนี้ไปทำธุระอย่างอื่นด้วย  เลยทำให้ไปถึงโรงบาลช้าหน่อย

เขานัดยื่นใบนัด บ่ายโมงถึงบ่ายสามโมง

ผมไปถึงตอนราวๆบ่ายโมงครึ่งแล้ว   มองซ้ายมองขวาสำรวจรอบๆล๊อบบี้

ไปยื่นเอกสารแล้วไปวัดความดัน ความดันปกติดีครับ

น้ำหนักลดลงสองโล นี่อุตส่ากินน้อยๆและออกกำลังกายแล้วน่ะ

เอาใหม่  ต้องลดให้ได้มากกว่านี้หน่อย   ที่อยากผอมเพราะตอนนี้ผอมอวบมากๆ

เกรงว่าหากมีโรคที่เกิดจากอาการอ้วนแทรกซ้อนแล้วจะแย่

ผมก็ไม่ได้อดอาหารหนักนะครับ ผมทานครบสามมื้อแต่น้อยลงกว่าเคย

เน้นผักผลไม้ ออกกำลังกายด้วยการเดินบ้างวิ่งบ้าง

วันครึ่งชั่วโมงถึงชั่วโมง (บางทีผีขี้เกียจก้อเข้าสิง)

 

 

วันนี้หลังจากชั่งน้ำหนักความดันก่อนขึ้นชกแล้ว ก็รีบสอดส่งไปทางหน้า

ห้องตรวจ  ไม่คนที่รู้จัก โล่งอก  ส่วนพี่คนที่คอยมาสอบประวัติหน้าห้องตรวจ

วันนี้แกไม่ยักมา  ผมค่อยโล่งอกหน่อย   ผมสังเกตเห็นคนที่มีเฮชหน้าเดิมแค่คนเดียว

แสดงว่าคนอื่นๆคงมาพบหมอช่วงต้นๆเดือนไปแล้ว  แต่ก็มีหลายๆคนที่ผมเดาเอาว่า

อาจมาหาหมอเพราะมีเฮชเหมือนกันกับผม  ที่สังเกตได้ง่ายมากครับ คือส่วนมากจะ

เป็นพวกออกแนวโฮโมฯ(ผีเห็นผีครับ)  ที่สังเกตง่ายเพราะหมอเข้าพบแกจะเป็นหมอ

ที่เป็นสเปเซี่ยลลิสด้านผู้ป่วยเฮชไอวี

 

 

ผมได้เข้าพบหมอตอนราวบ่ายสามโมงครึ่ง คุยกับหมอเรื่องผลเลือด

ผมขอบอกผลเลือดช่วงก่อนหน้านี้อีกทีเผื่อว่าเพื่อนที่เพิ่งเข้ามาอ่านจะได้

ทราบและเพื่อแก้ไขที่ครั้งก่อนๆผมอาจลงผลคาดเคลื่อนไป

ผมทราบว่ามีเชื้อ HIV ตั้งแต่ปี 2005 ตรวจพบผมปวดท้องทรมานต่อเนื่องยาวนาน

ปวดปางตาย  จนผมเหนื่อล้าอ่อนเพลีย ปวดจนอยากตายไปวะตอนนั้นเลย

สามวันแรก  หมอตรวจดูต่างนาๆก็ไม่พบสาเหตุ

จนหมอบอกว่าต้องผ่าท้องดู ก่อนผ่าต้องมีการตรวจเหาเชื้อ HIV

ผลออกมาว่าผมมีเชื้อ HIV หมอเลยสรุปว่าผมน่าจะป่วยเป็นโรคแทรกซ้อนอื่นมากกว่า

ไม่ใช่ตับอ่อนอักเสบแล้วละ   สุดท้ายหลังสี่วันผ่านไป  ผลที่ออกคือผมเป็นวัณโรคครับ

หมอให้ยารักษาผมจนหายใช้เวลาไป 9 เดือน  กินยายาวนานมากๆ  หลังจากนั้น

ผมก็เข้าโครงผู้ป่วยเฮชไอวีของประกันสังคม และได้รับการตรวจ CD4 ปีละสองครั้ง

ต้นปี 2551 ผมย้ายโรงบาลใหม่เนื่องจากโรงบาลเดิมไม่รับประกันสังคมแล้ว

โชคดีที่  ที่โรงพยาบาลใหม่ผมก็เจอและรักษากับหมอคนเดิมอีก  เลยดีไปเพราะรู้จักกันดี

หมอแกก็ใจดีพูดดี ฟังแล้วไม่เครียด

 

ก่อนบอกผลของวันนี้ผมขอบอกผลการตรวจครั้งก่อนๆดังนี้(ผลเฉพาะที่โรงพยาบาลใหม่ครับ)

05 Feb 2008 :

CD4=603 (ค่าปกติ 410-1590) %CD4 =21% (ค่าปกติ 31-60) ไม่ต้องทานยาต้าน

 

23 Aug 2008 :

CD4=797 (ค่าปกติ 410-1590) %CD4 =17% (ค่าปกติ 31-60) ไม่ต้องทานยาต้าน

 

ส่วนผลวั้นนี้

 

10 Feb 2009 :

CD4=669 (ค่าปกติ 410-1590) %CD4 =16% (ค่าปกติ 31-60) ไม่ต้องทานยาต้าน

 

คุณหมอบอกว่าถ้าซีดีสี่ยังไม่ต่ำกว่า 200 ยังไม่ต้องทานยาต้าน

ตอนนี้อาจยังดีอยู่แต่ที่แน่ผลแต่ละครั้งค่อยลดต่ำลงมากเรื่อยๆที่ละนิดๆแล้ว

ต้องนี้ผมคงออกกำลังกายและดูแลระวังเรื่องสุภาพมากให้มากขึ้น

ที่สำคัญต้องไม่พยายามเครียด เพราะ ความมันเครียดมันมีผล

ต่อซีดีสี่มากๆผมต้องระวังคอยระวังไม่ให้เครียด  ถ้าเครียดต้องหยุดนึกถึงคำพระ

แล้วค่อยๆปล่อยวาง คิดแต่เรื่องดีๆ ไม่คิดร้าย

 

 

วันนี้ผมได้เดินซื้อของตามห้างด้วย  ได้กินไรอร่อยๆ  ได้ซื้อของที่อยากได้ด้วย

ผมดีใจใหญ่เลย   หลังจากอยู่บ้านนอกมานาน

(ผมอยู่ไกลเมืองครับ เพื่อนๆที่เคยอ่านช่วงแรกๆจะทราบดี)

ผมออกจากบ้านเก้าโมงเช้า  กลับมาถึงบ้านสามทุ่มกว่าๆ

ถึงบ้านทำอะไรนิดหน่อยแล้วรีบมารายงายข่าวให้เพื่อนๆทราบทันที

วันนี้เดินทั้งวัน เหนื่อยแล้วละ  ไปอาบน้ำนอนก่อนน่ะ

 

 กู๊ดไนท์ทุกคนครับ

 

ตื่นเต้นๆ พรุ่งนี้ฟังผล CD4

เหมือนเดิมครับ ผมจะตื่นเต้นกับการไปหาหมอทุกครั้งเลย

อย่างแรกคือลุ้นว่าซีดี๔ ลดลงมากแค่ไหน?

ค่าวัดทางสุขภาพต่างๆเป็นไงบ้าง

สุดท้ายเลยที่กลัวไม่น้อยเลย คือกลัวเจอคนรู้จัก กลัวจะเขารู้ว่าผมมีเฮชไอวี 

เพราะหมอที่จะไปมาหาเป็นหมอที่ดูแลผู้ติดเชื้อเฮชไอวี กลัวคนที่ผมรู้จัก

จะรู้ว่าผมมีเฮชไอวี  ผมกลัวจะมีผลต่อเรื่องงานและการชีวิตประจำวัน 

เพราะผมยังต้องทำงานใช้หนี้และเก็บเงินไว้รักษาตังเองอยู่

เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปถึงเร็วๆ เพราะต้องไปดูลาดราวก่อน โดยเฉพาะแถวหน้าตรวจก่อน

ไม่อยากเจอเจ้าหน้าที่อาสาสมัครเรียกไปสอบถามอาการหน้าห้องตรวจ

ผมเดาว่าอาจมีรู้ว่าพี่คนที่กำลังสอบถามผม เป็นการถามติดตามผลการักษาผู้มีเชื้อ

เพราะเป็นไปได้สูงที่จะมีคนรู้จักแก เพราะแกเคยออกไปบรรยายเรื่องเฮชไอวี ตามบริษัทแถวๆ

ที่ผมทำงานอยู่ (พี่แกก็มีเฮชเหมือนันครับ) ถ้าไม่มีคนที่ผมรู้จักอยู่แถวนั้น

ผมอาจไปคุยกับแกก่อนดีกว่า รอให้แกเรียกชื่อไปถามหน้าห้อง แล้วบอกความจริงว่าผมไม่สะดวก

ตอบคำถามหน้าห้องตรวจที่มีคนอยู่ไกล้มากๆ เพราะกลัวเจอคนรู้จัก

หวังว่าแกคงจะเข้าใจผม พรุ่งนี้จะมาเล่าให้ฟังครับ


edit @ 19 Feb 2009 23:39:46 by คนมีเชื้อ

สิทธิผู้ป่วย

posted on 16 Feb 2009 01:25 by lowcdvictim

โดย  เภสัชกรหญิง มยุรี ตันติสิระ Redtones.gif (2134 bytes)

สิทธิผู้ป่วย หมายถึง ความชอบธรรม ที่ผู้ป่วยซึ่งรวมถึงผู้ที่ไปรับ บริการด้านสุขภาพสาขาต่างๆ จะพึงได้รับเพื่อคุ้มครอง หรือรักษาผลประโยชน์ อันพึงมีพึงได้ของตนเอง โดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น

สำหรับประเทศไทย องค์กรวิชาชีพด้านสุขภาพ อันได้แก่ แพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา และคณะกรรมการควบคุม การประกอบโรคศิลป ได้ร่วมกันจัดทำคำประกาศสิทธิ ของผู้ป่วยซึ่งประกาศ ณ วันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2541 มีสาระสำคัญที่ประชาชนทั่วไป พึงจะได้รับหราบเพื่อประโยชน์ ในด้านการชอรับบริการ ด้านสุขภาพของตน ดังนี้

  1. ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิพื้นฐาน ที่จะได้รับบริการด้านสุขภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
  2. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับบริการ จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ เนื่องจากความแตกต่างด้านฐานะ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา ลัทธิการเมือง เพศ อายุ และลักษณะของความเจ็บป่วย
  3. ผู้ป่วยที่ขอรับบริการด้านสุขภาพ มีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูล อย่างเพียงพอและเข้าใจชัดเจนจาก
    ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกตัดสินใจ ในการยินยอมหรือไม่ยินยอม ให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ปฏิบัติต่อตนเว้นแต่เป็นการ ช่วยเหลือรีบด่วนหรือจำเป็น
  4. ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะฉุกเฉินเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต มีสิทธิที่จะได้รับความช่วยเหลือรีบด่วน จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ โดยทันทีตามความจำเป็นแก่กรณี โดยไม่คำนึงว่าผู้ป่วยจะร้องขอ
    ความช่วยเหลือหรือไม่
  5. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบชื่อ สกุล และประเภทของผู้ประกอบวิชาชีพ ด้านสุขภาพที่เป็นผู้ให้บริการแก่ตน
  6. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะขอความเห็น จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพอื่น ที่มิได้เป็นผู้ให้บริการแก่ตน และมีสิทธิในการขอเปลี่ยน ผู้ให้บริการและสถานบริการได้
  7. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับการปกปิดข้อมูล เกี่ยวกับตนเองจากผู้ประกอบวิชาชีพ ด้านสุขภาพโดยเคร่งครัด เว้นแต่จะได้รับความยินยอม จากผู้ป่วยหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
  8. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน ในการตัดสินใจเข้าร่วม หรือถอนตัวจากการเป็น ผู้ถูกทดลองในการทำวิจัย ของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ
  9. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูล เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเฉพาะของตน ที่ปรากฏในเวชระเบียนเมื่อร้องขอ ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวต้องไม่เป็นการ ละเมิดสิทธิส่วนตัวของบุคคลอื่น
  10. บิดา มารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม อาจใช้สิทธิแทนผู้ป่วยที่เป็นเด็ก อายุยังไม่เกิน 18 ปีบริบูรณ์ ผู้บกพร่องทางกายหรือจิต ซึ่งไม่สามารถ ใช้สิทธิด้วยตนเองได้

ถึงแม้ว่าเป็นการยากที่ประชาชน โดยทั่วไปจะเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งเป็นการประกอบวิชาชีพ โดยอาศัยความรู้ ความชำนาญเฉพาะสาขา ที่ต้องอาศัยความรู้จากการเล่าเรียน ร่วมกับความชำนาญ จากการฝึกปฏิบัติเป็นเวลานาน แต่อย่างน้อยก็ควรที่จะ มีโอกาสได้รับทราบว่า อะไรได้เกิดขึ้น หรือจะเกิดขึ้นกับชีวิตของตนเอง มีทางเลือกปฏิบัติอย่างไร จากคำบอกกล่าวหรือแนะนำ จากผู้ประกอบวิชาชีพ ด้านสุขภาพในสาขานั้นๆ ซึ่งโดยจรรยาบรรณ แห่งการประกอบวิชาชีพแล้ว จะต้องคำนึงถึงประโยชน์ ของผู้ป่วยเป็นสำคัญ ในกรณีที่มีปัญหา หรือความเสียหาย ซึ่งในบางครั้งก็เป็นเรื่อง ที่สามารถป้องกันได้ แต่ในบางครั้งก็เป็นเรื่อง สุดวิสัยที่จะคาดคะเน หรือป้องกันแก้ไขได้ องค์กรวิชาชีพซึ่งประกอบไปด้วย ผู้ชำนาญการในสาขาวิชาชีพเดียวกัน ที่มีหน้าที่ควบคุมดูแล การประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ในสาขาแห่งตนให้เป็นไป อย่างถูกต้องตามมาตรฐานการบำบัด จะต้องเข้ามามีบทบาท พิจารณาความถูกต้อง โดยยึดถือความ
ยุติธรรมต่อทั้งผู้ป่วย และผู้ประกอบวิชาชีพควบคู่กันไป

ในเรื่องเกี่ยวกับยา สภาเภสัชกรรม ได้มีข้อบังคับว่าด้วย ข้อจำกัดและเงื่อนไข ในการประกอบวิชาชีพ เภสัชกรรม พ.ศ. 2540 ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้มารับบริการ จะต้องได้รับทรา บและได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับ

ซื่อยา ความแรง ข้อบ่งใช้ ขนาดและวิธีการใช้ที่ขัดเจนของยา

ผลข้างเคียง (ถ้ามี) และอาการอันไม่พึงประสงค์ จากการใช้ยาที่อาจเกิดขึ้น

ข้อควรระวังและข้อควรปฎิบัติ และ การปฏิบัติ เมื่อเกิดปัญหา จากการใช้ยาดังกล่าว

ข้อกำหนดเหล่านี้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำคัญ ที่ผู้ใช้ยาต้องได้รับทราบ ทุกครั้งที่ได้รับยาจากเภสัชกร ทั้งในโรงพยาบาล หรือในสถานบริการ ทางสาธารณสุขอื่นๆ รวมทั้งร้านยา ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้การคุ้มครอง ดูแลให้การใช้ยาของประชาชน เป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย

มีเหตุผลหลายประการ ที่ผู้ป่วยควรจะต้อง ได้รับทราบข้อมูลเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น ยาชนิดเดียวกัน เมื่อผลิตโดยบริษัทต่างกัน จะมีลักษณะต่างกันหลายรูปแบบ จำเป็นที่ผู้ป่วยจะต้องได้รับรู้ อย่างแน่นอนว่าตนเองบริโภคยาอะไร หรือการแพ้ยา ซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ยากที่จะคาดคะเน อาจเกิดขึ้นได้ทุกขณะ แม้แต่กับยาที่ใช้มาแล้วเป็นเวลานาน ถ้าผู้ป่วยทราบข้อมูลทั้งหมด เสียตั้งแต่แรก ก็จะมีความระมัดระวัง และรับรู้ถืงความผิดปกติ ที่เกิดขึ้นได้โดยเร็ว ทำให้หลีกเลี่ยงหรือลดความรุนแรง ของอันตรายที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งการได้รับยาหลายๆ ชนิดร่วมกัน อาจจะทำให้เกิดอันตราย ที่เกิดจากปฏิกริยาต่อกัน ระหว่างยาต่างชนิดกันได้ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ผู้ป่วยจะต้องได้รับรู้ถึงข้อมูล เกี่ยวกับยาที่ตนเองได้รับ เพื่อที่จะได้ใช้ยาได้อย่างเข้าใจ และถูกต้อง หลีกเลี่ยงยาที่ตนเองแพ้ และในอีกส่วนหนึ่ง ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง สำหรับผู้ป่วยที่มีอยู่ ในความดูแล ของผู้ประกอบวิชาชีพ หลายสาขาหรือหลายคน ซึ่งมีตวามเป็นไปได้สูงมาก ที่ผู้ป่วยกลุ่มนี้ จะได้รับยาที่ซ้ำซ้อนกัน หรือแม้แต่ได้รับยา ซึ่งไม่ควรจะใช้ร่วมกัน เนื่องจากผู้ป่วยไม่สามารถ จะบอกประวัติ การใช้ยาชองตนเอง แก่แพทย์หรือเภสัชกร ที่ทำหน้าที่ดูแล หรือจ่ายยาสำหรับแต่ละโรค หรือแต่ละอาการ ที่เป็นในผู้ป่วยคนเดียวกัน เหตุผลเหล่านี้น่าจะเป็น การเพียงพอที่ประชาชน ในฐานะผู้บริโภคยา และบริการทางด้านสุขภาพ จะร้องขอความรู้เกี่ยวกับยา ที่ตนเองจะต้องบริโภค จากผู้ประกอบวิชาชีพ เมื่อสิทธิผู้ป่วยดังกล่าว ถูกละเลย หรืออย่างน้อยที่สุด ใช้เป็นเหตุผลประกอบการตัดสินใจ สำหรับผู้ป่วย ที่ในบางตรั้งเป็นผู้บริโภค ที่มีโอกาสเลือกการ ขอรับบริการทางด้านสุขภาพได้

 

edit @ 16 Feb 2009 15:20:28 by คนมีเชื้อ

CD4 รอบแรกปีนี้ ตรวจ 10 ฟังผล 20 กุมภาพันธ์ 2552


ตั้งแต่ที่รู้ตัวว่ามีเชื้อ
HIV ตอนปลายปี 2005 ผมได้รับการดูแลจากคุณหมอ

ซึ่งเป็นคุณหมอท่านเดียวกันตั้งแต่ที่รู้ว่าผมมีเชื้อ HIV ผมได้รับการตรวจ CD4

ปีละสองครั้ง ปีที่แล้วก็อยู่ในระดับที่ยังไม่ต้องทานยาต้าน ปีนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าจะออกมา

แบบไหน แต่ผมยังรู้สึกสบายดี ผมยังดูแลตัวเองดีเหมือนเดิม

เดี๋ยวผลออกมาว่าไงเดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังนะครับ

 

[ซีดีสี่ (CD4) คืออะไร
เป็นเซลเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับภูมิต้านทานของร่างกาย ซึ่งมีหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย เช่น เชื้อโรคต่างๆ สารเคมี สารพิษ ฝุ่นละอองที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย เปรียบเหมือนเป็นทหารที่คอยปกป้องไม่ให้ศัตรูเข้ามารุกราน ซีดีสี่ (CD4) ในคนปกติทั่วไปในเลือด 1 ซีซีจะมีประมาณ 500-1,000 เม็ด สำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์ส่วนใหญ่มักจะมีซีดีสี่ (CD4) ในระดับไม่เกิน 700 เม็ด]

[เมื่อไหร่ควรจะรับประทานยาต้านไวรัส

1. ถ้าผลตรวจซีดีสี่ (CD4) มีค่าต่ำกว่า 200 ควรเริ่มยาต้านไวรัส

2. เมื่อมีอาการที่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กับโรคเอดส์ เช่น มีไข้ น้ำหนักลด เชื้อราในปาก เป็นงูสวัด หรือท้องเสียเรื้อรัง แสดงให้เห็นว่าภูมิคุ้มกันของร่างกายกำลังถูกทำลาย

3. ถ้าผลตรวจซีดีสี่ (CD4) ลดต่ำอย่างรวดเร็ว และปริมาณไวรัสเอดส์ในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

4. ความตั้งใจของผู้ติดเชื้อเอดส์ที่จะดูแลรักษาตนเอง เพราะการใช้ยาต้านไวรัสเอดส์จะต้องมีความต่อเนื่อง มิฉะนั้นอาจจะทำให้ดื้อยาและยากต่อการรักษาในภายหลัง

5. ความพร้อมทางด้านการเงินทั้งค่ายาและค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ

6. การเริ่มยาต้านไวรัสเอดส์ไม่มีความเร่งด่วนควรเริ่มเมื่อพร้อมเท่านั้น ]


edit @ 15 Feb 2009 19:53:06 by คนมีเชื้อ

 

วัน Valentine ของคนมีเชื้อเอดส์ (คนหนึ่ง)

วันนี้ผมยังต้องทำงานเหมือนเดิม

ไม่มีอะไรพิเศษ มีดอกกุหลาบส่งมาให้ผมสองสามช่อ

อย่าพึ่งสงสัยครับ ไม่ใช่กุหลาบที่ไหนหรอกครับ

ก็แค่อีเมลล์จากเพื่อนๆ ที่แนบรูปช่อดอกกุหลาบมาอวยพร

ผมเลยทำอีการ์ดรูปดอกกุหลาบส่งให้เพื่อนผมบ้างๆ

ทุกๆคนข้อความเดียวกัน รูปก็หลาบเดียวกัน

.

.

.

.

ก็ผมไม่มีใครนี่ครับ ผมหมายถึงคนที่เรียกว่าแฟนนะครับ

ผมเคยถามตัวว่าผมจะมีแฟนได้ไหม แล้วใครล่ะ?

คนที่มีเชื้อเหมือนกันเหรอ?

แล้วจะไปหาที่ไหนละ เพราะยกเว้นคุณหมอและพยาบาล

ที่ดูแลผมแล้ว ก็ไม่มีใครรู้เลยว่าผมมีเชื้อเฮชไอวี

แม้แต่แม่และคนรอบๆตัวผม

ผมเหงานะ แต่ก็ไม่ได้เหงามากจนน่าเป็นห่วง

แค่เหงาทุกครั้งก่อนนอน เหงาทุกครั้งที่นอนฟังเสียงฝน

เหงาทุกครั้งเมื่อยามลมหนาวพัดแผ่ว

เศร้าและร้องไห้คนเดียวทุกครั้งเวลาดูหนังเรื่องโปรด

อยากมีแฟน อยากทั้งๆที่รู้ว่า มันจะพาให้เขาต้องมาลำบาก

ทำให้เขาต้องมาร่วมทุกข์ แต่สามัญสำนึกดึงให้ผมหยุดไขว่คว้าหารัก

สำนึกที่ไม่อยากให้ใครต้องต้องมารับเคราะห์กับผม

ต้องมาร่วมทุกข์ ผมไม่อยากให้เขาต้องไม่สบายใจ

บอกตัวเองว่าทุกครั้งตอนที่ใจมันอ่อนไหว….

ไม่เป็นหรอกน่า ก็อยู่คนเดียวมาหลายปีแล้วนี่นา

การจะอยู่คนเดียวอีกต่อไปหลายๆปีตราบที่ยังมีชีวิตอยู่

ก็ไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไรนี่นา

ส่วนลึกในจิตใจย้อนถามกลับมาอีกว่า

แล้วถ้าอาการทรุดหนักขึ้นมาแล้วใครจะดูแล?

ผมทำใจยอมรับโชคชะตาและบาปตัวเองได้ก็จริง

ผมสภาพจิตใจดีมากก็จริงอยู่ ผมเข้มแข็งไม่กลัว

ความตายผมก็รู้ แต่ทุกครั้งที่เจอรูปภาพของผู้มีเชื้อที่

อาการทรุดหนัก ร่างกายผิวหนังที่เปื่อยเป็นแผล

จิตใจผมแทบจะแหลกสลาย กลัวสภาพที่จะเกิดขึ้นกับ

ตัวเองในอนาคตที่จะมาถึง กลัวความรู้สึกผู้คนรายล้อม

กลัวไปต่างๆนาๆ….

….ผม..กลัว..

ผมกลัว….ผมกลัว

กลัว

กลัว

 

 

 

edit @ 14 Feb 2009 23:36:53 by คนมีเชื้อ

ไม่ได้เข้าต่อเรื่องรายของผมมานานแล้ว  วันก่อนเข้ามาดูบล๊อคของผมเลย

เจอว่าเพื่อนใหม่เข้ามาเม้น เป็นเม้นที่ประทับใจผมมาก ที่ประทับใจก็คือเพื่อนใหม่ท่านี้

ได้อ่านเรื่องของผมและทำให้ได้ฉุดคิดเรื่องการดูแลสุขภาพ หลายคนคงคิดว่า

การที่ไม่เคยเจ็บป่วยนั้นหมายความว่าไม่ต้องกังวลหรือใส่ใจเรื่องสุขภาพ นั่นผิดครับ

เราควรใส่ใจสุขภาพเสมอ ออกกำลังกาย กินอาหารที่มีห้าหมู่ ตรวจร่างกายประจำปี

บุหรี่เหล้าไม่ดี ลดได้เลิกได้จะดีมาก ถ้าลดเลิกไม่ได้ก้ควรควบคุมการสูบการดื่ม

ผมดีใจที่เพื่อนใหม่ที่ผมไม่รู้จักท่านนี้  เริ่มคิดที่จะเขียนบล๊อคของตัวเอง

เขียนเถอะครับ  ผมจะไม่ลืมที่จะไปอ่านอย่างแน่นอน

 

 

 

ส่วนผมตอนนี้การก็เรื่อยๆ  ไม่ค่อยเจ็บป่วยอะไร เรือยๆ ชีวิตก้เรื่อยๆ

ส่วนใหญ่ก็มีงานที่ทำให้ไม่เบื่อชีวิต

 

คิดถึงทุกคนเหมือนเดิมครับ 

 

 

 

อาการท้องร่วงมาแล้ว (เอดส์เริ่มก่อตัวอีกรอบแล้วครับ)      

จันทร์ที่ผ่านมามีเรื่องยุ่งๆให้ผมทำทั้งวัน  ต้องเตรียมงานเลี้ยงให้เพื่อน      

พองานเลี้ยงเลิกเพื่อนๆก็จะพากันไปต่อในเมือง     

กว่าจะได้กลับมานอนก็ตีห้าแล้ว      

รุ่งเช้าผมเหนื่อยเพลียแทบแย่  แล้วสองสามวันที่ผ่านมามีเรื่องงานหลายเรื่อง      

ที่ต้องไปจัดการให้แล้วเสร็จ    เช้ามืดวันพฤหัสบดีผมท้องร่วงอย่างแรง      

ทั้งวันผมเพลียและกินอะไรไม่อร่อยเลย   คืนวันศุกร์กว่าจะนอนได้ก็ต้อง      

วิ่งเข้าออกห้องน้ำเป็นสิบรอบ 

 

                       

เช้าวันนี้ผมเพลียมากๆ  ใจอยากจะนอนพักอยู่บ้าน  แต่ก็อดลุกไปทำงานไม่ได้      

เพราะวันนี้งานเข้าเยอะมากๆ วันนี้อาการท้องร่วงหายไปแล้ว แต่รู้ได้อยู่ว่า      

ท้องไส้ยังปั่นป่วนอยู่  มีเสียงครึดๆในท้องเป็นช่วงๆ  ทำให้ผมหวั่นๆเหมือนกัน      

ผมตั้งข้อสงสัยว่าผมต้องเพลียมากๆ  เพราะพักผ่อนไม่พอเมื่อคืนวันจันทร์  แถมทั้งอาทิตย์      

ต้องออกไปพบลูกค้าอีกสามวันซ้อน  ภูมิคุ้มกันผมคงจะแกว่งไม่คงที่  เลยทำให้ผม      

ท้องร่วงแบบเหลวเป็นน้ำเป็นช่วงๆ มาสองวันต่อกัน  ต่อไปคงต้องระวังให้มากกว่านี้      

ท้องร่วงครั้งมันเป็นสัญญาณเตือนภัยสำหรับผม  เพราะผมไม่เคยมีอาการท้องร่วงแบบ      

เป็นน้ำแบบนี้มากนานเป็นปีๆแล้ว     

 

เริ่มได้กลิ่นความตายแล้วสิ  

 

edit @ 23 Aug 2008 23:43:57 by คนมีเชื้ออีกคน

edit @ 25 Aug 2008 15:55:55 by คนมีเชื้ออีกคน