หลังจากที่เขียนไดอารี่ ของตัวเองมาพักใหญ่  มีคนอ่านบ้าง  ไม่มีคนบ้าง  

และคอมเม้นท์บ้างเป็นบางเอ็นทรี่ตัวผมเองก็อ่านของตัวเองซ้ำไปซ้ำมา 

บางตอนที่เปิดให้อ่านไปแล้วพอย้อนกลับมาอ่านเองอีกที  ก็รู้สึกว่าบางตอนควรต้องงดแพร่ภาพชั่วขณะแรกๆตอนที่เริ่มเขียนใหม่ๆ   เป็นเรื่องที่เกิดตอน เดือนกันยายน ๒๐๐๕

ตอนที่ต้องเผชิญวัณโรคต่อมน้ำเหลือง  เรื่องออกเป็นแนวชีวิตคนป่วยที่ต้อง-

นอนโรงบาลคนเดียว   ไร้ญาติมาเยี่ยม   ตอนนั้นแค่รู้สึกว่าไม่อยากให้ทางบ้าน

ต้องมาเดือดร้อนแห่กันมาจากต่างจังหวัด   ไม่บอกทางบ้านดีกว่า   ผมต้องนอนทรมารกับความเจ็บปวดปวดท้องปางตาย  ปวดจนไม่กลัวความตาย  ปวดจนอยากตายไปซะให้แล้วๆไป 

ตอนที่หมอยังไม่รู้ว่าผมเป็นวัณโรคนั้น  หมอลงความเห็นว่าน่าจะผ่าท้องผมดูว่าเกิดอะไรขึ้นที่ตับอ่อนผม (หรืออาจเป็นลูกเล่นของหมอ) จากผลอัลตร้าชาวด์ดูเหมือนว่า

ผมกำลังโดนตับอ่อนอักเสบเล่นงาน  และแล้วความจริงก็ถูกเปิดเผย 

คือก่อนผ่าตัดต้องมีการตรวจหาเชื้อ HIVก่อนผลออกมาว่าผมมีเชื้อครับ

 ผมงง อึ้ง.....หยุดหายใจไปสองสามวินาที  ตอนหมอบอกผลเลือดผม 

ผมถามเรื่องตรวจซ้ำ แต่โดยทันทีหมอบอกว่าอย่าเสียเวลาทำอย่างนั้นเลย 

การตรวจหาเชื้อแบบอีลีซ่าเทส ชัวร์ ๙๙ เปอร์เซ็นผมอยากหยุดหายใจ   

ผมอยากตายไปตอนนั้น   แต่คนมันจะยังไม่ตายนะครับ  ผมนอนโรงบาลต่อ 

พอเข้าวันที่สี่ผลตรวจอึและเยี่ยวผมออกมาว่าผมเป็นวัณโรค

ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรเพราะหมอไม่บอก

แถมความรู้เรื่องหมอเรื่องโรคภัยของผมก็แบบว่าซีโร่มากๆ   

ผมโดนย้ายไปอยู่ห้องเดี่ยวทันที  จากที่ต้องนอนทรมานอยู่ห้องรวมมาสี่คืนเต็มๆ  

ผมดีใจมากนึกว่าหมอสงสาร   แต่มารู้ที่หลังว่าตัวเองเป็นวัณโรค 

มันเป็นโรคติดต่อหมอกลัวคนอื่นติดเชื้อจากผม  ผมจึงโดนย้ายห้องเพราะวัณโรคนี่เอง

ผมอยู่โรงบาล ๗วัน  ไม่ได้ทานอะไรเลยแม้แต่น้ำ  ได้ทานข้าววันสุดท้าย  

น้ำหนักลดไปราวๆ ๑๕โลได้  ผอมแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลย

 

 

 

วันที่ออกจากโรงบาล  วันนั้นที่ทำงานบอกจะมารับ  แต่ก็ไม่มาสักที 

เพราะมันเป็นที่ที่ทำงานยุ่งมากๆ   คนขับรถบริษัทหายหมด   

ผมเกรงใจที่ทำงานมากเลยกลับบ้านเอง  ผมแวะห้างซื้อข้าวของที่ต้องใช้ต่างๆเพื่อดูแลตัวเอง  

ผมต้องกินยารักษาวัณโรคต่อกันรวม ๙ เดือน  จนหายจากวัณโรค 

หลังจากนั้นก็เข้าร่วมโครงการรักษาผู้ป่วยที่มีเชื้อHIV ของประกันสังคม 

 

 

 

 

ชีวิตโดยรวมก็ดี   ผมเป็นคนไม่เครียด  ไม่กลัวตาย  แต่พอเวลาคิดเรื่องตายก็กลัวเรื่องตาย

แบบที่ต้องทรมาน  ตายง่ายๆนี่ผมไม่กลัวครับ  ผมเริ่มดูแลตัวเองดีขึ้น

อ่านหนังสือชอบฟังธรรมมะ  ฟังเพลง   ใช้ชีวิตปกติ   และจะระวังตัวมากขึ้น 

ระวังสุขภาพมากขึ้น ระวังเรื่องจะเอาเชื้อไปสู่คนอื่น  ไม่อยากทำบาป 

ถึงจะไม่เคร่งเรื่องเข้าวัดแต่ผมทำดีกับคนรอบข้างแทน  ทำดีกับเพื่อนร่วมงาน

นายและลูกค้า ไม่คิดแบบลบเลือกทานอาหารดี  ทานวิตตามิน คิดดีทำดี

ไม่ดื่มจัด(ดื่มบ้างนิดๆหน่อยๆตามสังคมเท่านั้น) ไม่สูบบุหรี่  ไม่เครียด 

ล่าสุดเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ผล CD4 อยู่ที่ 797 สูงนะ แต่ก็ยังต้องดูแลตัวเองดีๆต่อไป 

และก็ผมอ้วนขึ้น  อาจจะเป็นเพราะทานเก่งและไม่ค่อยเครียด   

 

 

 

 

พอมีเชื้อ HIV ทำให้ผมระวังสุขภาพมากขึ้น  จากที่ไม่เคยสนใจเลย 

 ก้เริ่มสนใจเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ  เป็นคนที่ระวังอุบัติเหตุ  กลัวการเข้าโรงบาลด้วยเรื่องอุบัติเหตุ 

กลัวหมอผ่าไม่เย็บไม่รักษาให้มีหลายคอมเม้นท์แนะนำให้ผมไปอ่าน แก้วไดอารี่ 

 จริงๆแล้วผมรู้จักเรื่องนี้นานแล้ว รู้ก่อนที่จะรู้ว่าตัวเองมี HIVเสียอีก 

จำได้ว่าแต่ก่อนมีพี่ทำงานให้ยืมแก้วไดอารี่แบบที่เป็นหนังสือพิมพ์ขายดอกหญ้ามาให้มาอ่าน 

ผมเอามาดองไว้ที่ห้องพักสมัยอยู่กรุงเทพฯ  วางอยู่นั่นเป็นเดือนๆแต่ก็ยังไม่ได้อ่าน 

จนพี่เค้าทวงคืนก็เลยไม่ทันได้อ่าน  พอรู้ว่ามี Hiv เมื่อปี 2005 ก็เคยไปดูที่เว็ปแก้วไดอารี่

บ้าง  ไปอ่านกระทู้ต่างๆ เก็บความรู้รอบตัวเรื่องเอดส์  ทีนี้พอมีเพื่อนใน exteen แนะนำอีก

เรื่อยๆ  แรกๆก็เฉยๆ เพราะรู้แล้วว่าเรื่องเกี่ยวกับอะไรเลยยังไม่ใส่ใจเข้าไปอ่านตัวที่เป็นส่วนของ

ไดอารี่    เมื่อคืนได้มีโอกาสเข้าไปอ่าน  เริ่มจากตอนแรกๆที่คุณแก้วเริ่มเขียน อ่านไปเรื่อยๆได้ราว

สองสามเดือน(ในเรื่องที่เค้าเขียน) อ่านไปก็คิดตาม  ผมว่าไม่กลัวแล้ว บางตอนก็เสียวๆกลัวๆไปกับ

แก้วเหมือนกัน   สรุปว่าเมื่อคืนนอนไม่หลับจนถึงตีสอง อ่านแล้วมันตื่นมันออกแบบว่าทำให้ผม

alert มากขึ้น  พอนอนดึก  เมื่อเช้าตื่นมาเลยเพลียๆ  เย็นวันนั้นผมเข้าเว็บแก้วแล้วทำเป็น word

ไว้อ่านแบบออฟไลน์จะได้ประหยัดค่าออนไลน์  อ่านไปก็ลุ้นไปสนุกดีครับ  ไ

ได้ความรู้แบบเป็นขั้นเป็นตอน ไ ด้รู้วิธีการและกระบวนการรักษาเอดส์ในปี 2544

ไล่มาเรื่อยๆเป็นขั้นเป็นตอน  แสดงให้เห็นความก้าวหน้าทางการแพทย์อย่างเป็นระบบ 

เห็นปัญหาต่างๆ ได้แง่คิดจากมุมมองผู้ติดเชื้อที่อารมณ์ดีๆแบบคุณแก้ว 

 ซึ่งใกล้เคียงกับผมหน่อยๆ ได้ร่วมรู้ถึงสิ่งที่คนมีเชื้อคนอื่นคิดและความคิดเห็นต่างๆ 

แน่ๆคือผู้ติดเชื้อผู้หญิงเข้มแข็งทุกคน  ผมจะเร่งอ่านให้ทันครับคุณแก้ว   

 

 

 

 

 

ขอบคุณเพื่อนๆที่แนะนำแก้วไดอารี่  และคุณแก้วมากๆครับ  ตอนนี้ผมยังไม่ได้สมัครเป็น

สมาชิกเว็ปแก้วไดอารี่เพราะยังไม่พร้อม   แต่ผมว่าคงอีกไม่นานผมจะเข้าขอบร่วมอาศัยชายคาเว็ป

 

ของคุณแก้วบ้าง    

 

edit @ 17 Aug 2008 09:41:19 by คนมีเชื้ออีกคน

Comment

Comment:

Tweet

เบื่อเหลือเกิน

#17 By (49.230.182.163|49.230.182.163) on 2014-04-01 21:49

เบื่อเหลือเกิน

#17 By (49.230.182.163|49.230.182.163) on 2014-04-01 21:49

ขอขอบคุณ สำหรับประสบการณ์ชิวิต ที่เอามาเล่าให้ฟัง เป็นวิทยาทาน อย่างไรขอเป็นกำลังใจ สู้ต่อไป นะคะ

#16 By orange (118.173.103.215) on 2010-07-26 14:32

สู้..เพื่อวันข้างหน้าน๊คร๊...

จะเป็นกำลังใจให้คร๊..

สู้.......สู้

^_____^

s.d.17_su@hotmail.com

แอดมาคุยกันได้น๊คร๊...

#15 By อิ๊ฟ (125.24.222.227) on 2010-07-21 19:44

เข้าจัยเเระเห็นจัยสู้สู้นะ

#14 By pเปิ้ล (118.173.49.163) on 2010-03-13 14:59

เป็นกำลังใจให้น่ะคร๊าฟ....สู้ๆbig smile

#13 By keroro (114.128.50.161) on 2010-02-12 22:29

ใครช่วยตอบ
พี่งออกจากโรงบาลจากอาการปอดอักเสบและงูสวัด มานอนบ้านแต่ไข้ขึ้นจะเป็นไรไหม หรืออาการน่าเป็นห่วงไหม หรือคนอื่นเขาก็เป็น

#12 By DD (115.67.193.150) on 2009-12-01 13:38

เป็นกำลังใจให้นะคะ เข้าใจถึงความรู้สึก ถึงแม้ว่าตัวดิฉันจะไม่ได้ติดเชื้อก็ตาม แต่ว่าคนในครอบครัวนี้เป็นคะ ก็พยายามให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ไม่อยากให้คนที่เป็นเครียด พยายามใช้เวลาที่มีอยู่ให้คุ้มค่าคะ ยังไงก็ขอให้สุขภาพของคุณดีขึ้นเรื่อยๆนะคะ เป็นกำลังใจให้คะ

#11 By mimi (62.2.90.244) on 2009-10-21 04:21

เข้าจัยค่ะ เป็นกำลังจัยหั้ยนะ เราเองก้อเป็นคนไม่มี..วันพรุ่งนี้เช่นกัน

#10 By zuzu (124.120.154.54) on 2009-10-12 23:19

กำลังใจล้นเหลือเลย CD4ของข้าเจ้าเหลือ160เองอยากตายก้อไม่ตายทรมาณนะ

#9 By ต้า (124.121.82.146) on 2009-10-08 20:24

เราทุกคนต้องอยู่ด้วยความหวัง




หากหมดหวังก็ให้คิดถึงคุณแก้วนะค่ะเพราะดิฉันจะมีคุณแก้วเป็นพลังทุกครั้งที่รู้สึกท้อนะค่ะ

#8 By candy*_* (202.170.127.165) on 2009-05-23 11:10

ให้กำลังใจนะคะคุณ ขอให้เข้มแข็งไว้

#7 By (125.27.37.100) on 2009-05-06 23:45

#6 By กำลังใจ (125.27.37.100) on 2009-05-06 23:44

ปืนฉีดน้ำ

สงสัยว่าเจ้าของบ้านนี้จะข้อมูลแน่นปึ้กเลยนะคะ
POp ว่าการเรียนรู้ดรคที่เราเป็นให้เข้าใจเนี่ยะ
เป็นเรื่องสำคัญมากๆเลย
พยายามเรียนรู้อยู่เช่นกัน
แต่ก็แอบหวาดๆกลัวๆอยู่ด้วย
เพราะคุณแก้วบอกว่า..
"ยิ่งบริโภคข้อมูลเยอะ ยิ่งรู้เยอะ..
ยิ่งรู้สึกว่าอะไรๆ...ฉันก็เป็น..ตามนั้นเลย"
wink
ค่ะ POP ก็ว่า...
แบบนั้น..จริงๆ
sad smile
แต่พยายามจะไม่วิตกจริตมากนัก
เดี๋ยวจะ ปสด. ไปอีก..555++
เฮ้อ...ทำไมเราต้องเป็นคนที่มีโรคมากมายขนาดนี้ด้วยนะ????

ตอนนี้ก็นับได้หลายอาการแล้ว
ทั้งๆที่ CD4 ก็ไม่น้อยนัก
488 กะ 16% น่ะ
มันน่าจะโออยู่นะ
แต่มันก็มีโรคมากมายเข้ามาเรื่อยๆ
เซ็งจัง!

#5 By POP (58.181.143.187) on 2009-04-08 18:41

เป็นกำลังใจให้นะครับ

#4 By (124.121.219.88) on 2009-03-17 21:12

เห็นใจค่ะ แอนเป็น sle ค่ะ คิดถึงตอนไปรอหมอตรวจที่โรงบาลรามาทีไร ขนลุกค่ะ เฮ้อ อยากให้เค้าปรับปรุงเนอะ

#3 By (125.25.2.221) on 2009-03-03 10:59

ให้กำลังใจนะคะคุณ ขอให้เข้มแข็งไว้ big smile

#2 By neverbeen kiss* on 2008-08-17 15:22

ปวดตาแฮะ...
อ่านยังไม่จบค่ะ
เดี๋ยวมาอ่านแล้วคอมเม้นใหม่