สิทธิผู้ป่วย

posted on 16 Feb 2009 01:25 by lowcdvictim

โดย  เภสัชกรหญิง มยุรี ตันติสิระ Redtones.gif (2134 bytes)

สิทธิผู้ป่วย หมายถึง ความชอบธรรม ที่ผู้ป่วยซึ่งรวมถึงผู้ที่ไปรับ บริการด้านสุขภาพสาขาต่างๆ จะพึงได้รับเพื่อคุ้มครอง หรือรักษาผลประโยชน์ อันพึงมีพึงได้ของตนเอง โดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น

สำหรับประเทศไทย องค์กรวิชาชีพด้านสุขภาพ อันได้แก่ แพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา และคณะกรรมการควบคุม การประกอบโรคศิลป ได้ร่วมกันจัดทำคำประกาศสิทธิ ของผู้ป่วยซึ่งประกาศ ณ วันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2541 มีสาระสำคัญที่ประชาชนทั่วไป พึงจะได้รับหราบเพื่อประโยชน์ ในด้านการชอรับบริการ ด้านสุขภาพของตน ดังนี้

  1. ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิพื้นฐาน ที่จะได้รับบริการด้านสุขภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
  2. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับบริการ จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ เนื่องจากความแตกต่างด้านฐานะ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา ลัทธิการเมือง เพศ อายุ และลักษณะของความเจ็บป่วย
  3. ผู้ป่วยที่ขอรับบริการด้านสุขภาพ มีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูล อย่างเพียงพอและเข้าใจชัดเจนจาก
    ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกตัดสินใจ ในการยินยอมหรือไม่ยินยอม ให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ปฏิบัติต่อตนเว้นแต่เป็นการ ช่วยเหลือรีบด่วนหรือจำเป็น
  4. ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะฉุกเฉินเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต มีสิทธิที่จะได้รับความช่วยเหลือรีบด่วน จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ โดยทันทีตามความจำเป็นแก่กรณี โดยไม่คำนึงว่าผู้ป่วยจะร้องขอ
    ความช่วยเหลือหรือไม่
  5. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบชื่อ สกุล และประเภทของผู้ประกอบวิชาชีพ ด้านสุขภาพที่เป็นผู้ให้บริการแก่ตน
  6. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะขอความเห็น จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพอื่น ที่มิได้เป็นผู้ให้บริการแก่ตน และมีสิทธิในการขอเปลี่ยน ผู้ให้บริการและสถานบริการได้
  7. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับการปกปิดข้อมูล เกี่ยวกับตนเองจากผู้ประกอบวิชาชีพ ด้านสุขภาพโดยเคร่งครัด เว้นแต่จะได้รับความยินยอม จากผู้ป่วยหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
  8. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน ในการตัดสินใจเข้าร่วม หรือถอนตัวจากการเป็น ผู้ถูกทดลองในการทำวิจัย ของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ
  9. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูล เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเฉพาะของตน ที่ปรากฏในเวชระเบียนเมื่อร้องขอ ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวต้องไม่เป็นการ ละเมิดสิทธิส่วนตัวของบุคคลอื่น
  10. บิดา มารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม อาจใช้สิทธิแทนผู้ป่วยที่เป็นเด็ก อายุยังไม่เกิน 18 ปีบริบูรณ์ ผู้บกพร่องทางกายหรือจิต ซึ่งไม่สามารถ ใช้สิทธิด้วยตนเองได้

ถึงแม้ว่าเป็นการยากที่ประชาชน โดยทั่วไปจะเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งเป็นการประกอบวิชาชีพ โดยอาศัยความรู้ ความชำนาญเฉพาะสาขา ที่ต้องอาศัยความรู้จากการเล่าเรียน ร่วมกับความชำนาญ จากการฝึกปฏิบัติเป็นเวลานาน แต่อย่างน้อยก็ควรที่จะ มีโอกาสได้รับทราบว่า อะไรได้เกิดขึ้น หรือจะเกิดขึ้นกับชีวิตของตนเอง มีทางเลือกปฏิบัติอย่างไร จากคำบอกกล่าวหรือแนะนำ จากผู้ประกอบวิชาชีพ ด้านสุขภาพในสาขานั้นๆ ซึ่งโดยจรรยาบรรณ แห่งการประกอบวิชาชีพแล้ว จะต้องคำนึงถึงประโยชน์ ของผู้ป่วยเป็นสำคัญ ในกรณีที่มีปัญหา หรือความเสียหาย ซึ่งในบางครั้งก็เป็นเรื่อง ที่สามารถป้องกันได้ แต่ในบางครั้งก็เป็นเรื่อง สุดวิสัยที่จะคาดคะเน หรือป้องกันแก้ไขได้ องค์กรวิชาชีพซึ่งประกอบไปด้วย ผู้ชำนาญการในสาขาวิชาชีพเดียวกัน ที่มีหน้าที่ควบคุมดูแล การประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ในสาขาแห่งตนให้เป็นไป อย่างถูกต้องตามมาตรฐานการบำบัด จะต้องเข้ามามีบทบาท พิจารณาความถูกต้อง โดยยึดถือความ
ยุติธรรมต่อทั้งผู้ป่วย และผู้ประกอบวิชาชีพควบคู่กันไป

ในเรื่องเกี่ยวกับยา สภาเภสัชกรรม ได้มีข้อบังคับว่าด้วย ข้อจำกัดและเงื่อนไข ในการประกอบวิชาชีพ เภสัชกรรม พ.ศ. 2540 ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้มารับบริการ จะต้องได้รับทรา บและได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับ

ซื่อยา ความแรง ข้อบ่งใช้ ขนาดและวิธีการใช้ที่ขัดเจนของยา

ผลข้างเคียง (ถ้ามี) และอาการอันไม่พึงประสงค์ จากการใช้ยาที่อาจเกิดขึ้น

ข้อควรระวังและข้อควรปฎิบัติ และ การปฏิบัติ เมื่อเกิดปัญหา จากการใช้ยาดังกล่าว

ข้อกำหนดเหล่านี้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำคัญ ที่ผู้ใช้ยาต้องได้รับทราบ ทุกครั้งที่ได้รับยาจากเภสัชกร ทั้งในโรงพยาบาล หรือในสถานบริการ ทางสาธารณสุขอื่นๆ รวมทั้งร้านยา ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้การคุ้มครอง ดูแลให้การใช้ยาของประชาชน เป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย

มีเหตุผลหลายประการ ที่ผู้ป่วยควรจะต้อง ได้รับทราบข้อมูลเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น ยาชนิดเดียวกัน เมื่อผลิตโดยบริษัทต่างกัน จะมีลักษณะต่างกันหลายรูปแบบ จำเป็นที่ผู้ป่วยจะต้องได้รับรู้ อย่างแน่นอนว่าตนเองบริโภคยาอะไร หรือการแพ้ยา ซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ยากที่จะคาดคะเน อาจเกิดขึ้นได้ทุกขณะ แม้แต่กับยาที่ใช้มาแล้วเป็นเวลานาน ถ้าผู้ป่วยทราบข้อมูลทั้งหมด เสียตั้งแต่แรก ก็จะมีความระมัดระวัง และรับรู้ถืงความผิดปกติ ที่เกิดขึ้นได้โดยเร็ว ทำให้หลีกเลี่ยงหรือลดความรุนแรง ของอันตรายที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งการได้รับยาหลายๆ ชนิดร่วมกัน อาจจะทำให้เกิดอันตราย ที่เกิดจากปฏิกริยาต่อกัน ระหว่างยาต่างชนิดกันได้ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ผู้ป่วยจะต้องได้รับรู้ถึงข้อมูล เกี่ยวกับยาที่ตนเองได้รับ เพื่อที่จะได้ใช้ยาได้อย่างเข้าใจ และถูกต้อง หลีกเลี่ยงยาที่ตนเองแพ้ และในอีกส่วนหนึ่ง ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง สำหรับผู้ป่วยที่มีอยู่ ในความดูแล ของผู้ประกอบวิชาชีพ หลายสาขาหรือหลายคน ซึ่งมีตวามเป็นไปได้สูงมาก ที่ผู้ป่วยกลุ่มนี้ จะได้รับยาที่ซ้ำซ้อนกัน หรือแม้แต่ได้รับยา ซึ่งไม่ควรจะใช้ร่วมกัน เนื่องจากผู้ป่วยไม่สามารถ จะบอกประวัติ การใช้ยาชองตนเอง แก่แพทย์หรือเภสัชกร ที่ทำหน้าที่ดูแล หรือจ่ายยาสำหรับแต่ละโรค หรือแต่ละอาการ ที่เป็นในผู้ป่วยคนเดียวกัน เหตุผลเหล่านี้น่าจะเป็น การเพียงพอที่ประชาชน ในฐานะผู้บริโภคยา และบริการทางด้านสุขภาพ จะร้องขอความรู้เกี่ยวกับยา ที่ตนเองจะต้องบริโภค จากผู้ประกอบวิชาชีพ เมื่อสิทธิผู้ป่วยดังกล่าว ถูกละเลย หรืออย่างน้อยที่สุด ใช้เป็นเหตุผลประกอบการตัดสินใจ สำหรับผู้ป่วย ที่ในบางตรั้งเป็นผู้บริโภค ที่มีโอกาสเลือกการ ขอรับบริการทางด้านสุขภาพได้

 

edit @ 16 Feb 2009 15:20:28 by คนมีเชื้อ

Comment

Comment:

Tweet

open-mounthed smile อย่าลืมรักษาสิทธิของตัวเองนะคะ

#1 By จอมบงการ on 2009-02-16 09:27